https://chat.foxbot.app/webchat/?p=1116283&id=RA4oWc5dayKYU8B9
Video Marketing Form V2

โปรดกรอกฟอร์ม ทางเราจะติดต่อกลับภายใน 24 ชม.

หลังจาก กดส่งฟอร์มแล้ว รบกวนเช็คที่อีเมล Inbox หรือ Junk Mail ทางระบบเราจะมีส่งข้อมูลเพิ่มเติม และตอบกลับให้ทางเมล ภายใน 5 นาที

ติดต่อเรา

iPlan Digital

Share
iPlan Digital

iPlan Digital

Social Listening สำคัญแค่ไหนกับแบรนด์ของคุณ

image 4 4

SOCIAL LISTENING & RESEARCH – SOCIAL SENTIMENT MEASUREMENT สิ่งสำคัญในการทำธุรกิจคือคุณต้องรู้ว่ากลยุทธ์ทางสังคมในประเทศไทยนั้นเป็นอย่างไร คุณต้องการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ตรงกลุ่มที่สุดในเวลาที่ดีที่สุดด้วยเนื้อหาข้อมูลที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย และเพื่อการเข้าถึงอย่างมีประสิทธิภาพ Social listening จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำการตลาดบนโลกออนไลน์เพราะจะทำให้คุณรู้ว่าใครกำลังพูดถึงคุณและพวกเขาพูดถึงคุณว่าอย่างไร iPlan digital สามารถทำให้คุณรับรู้สิ่งที่กลุ่มเป้าหมายของคุณพูดคุยกันเกี่ยวกับแบรนด์ของคุณ บนสื่อ Social network ทุกประเภท โดยผ่านโปรแกรม Social listening ที่เรามีความเชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ คุณจะไม่พลาดแม้แต่หนึ่งข้อความที่มีคนกล่าวถึงแบรนด์ของคุณ และสามารถเข้าไปพูดคุยหรือให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการของคุณได้ทันที สิ่งเหล่านี้จะแสดงถึงความใส่ใจของคุณที่มีต่อลูกค้ามากขึ้นไปอีก Social listening ดีต่อแบรนด์ของคุณอย่างไร? – สามารถระบุผู้ทรงอิทธิพลในโลกอินเตอร์ที่พูดถึงแบรนด์ของเราได้ – เป็นเครื่องมือมองหาโอกาสในการให้บริการลูกค้า – การตรวจสอบรูปแบบการใส่แฮชแท็กหรือวลีต่างๆ Social listening จึงเป็นการติดตามกลุ่มลูกค้า…

5 เทคนิคทำ Email Marketing ให้ปังยิ่งกว่าเดิม!

5 email marketing strategy 4

Email Marketing หรือการทำการตลาดผ่านอีเมล ถือเป็นส่วนสำคัญสำหรับกลยุทธ์ในการทำการตลาดออนไลน์ เพราะเป็นวิธีที่คุ้มค่าที่สุดในการโปรโมตสินค้าและบริการ, สื่อสารกับลูกค้า และบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจของคุณ  โดยเฉลี่ยแล้ว ทุก ๆ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ (32 บาท) ที่คุณจ่ายไปกับการทำการตลาดผ่านอีเมล จะสามารถทำผลตอบแทนได้สูงสุดระหว่าง 39- 51 ดอลลาร์สหรัฐฯ (1,248-1,632 บาท) เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นถ้าอยากจะประสบความสำเร็จลองนำกลยุทธ์เหล่านี้ไปใช้กับแคมเปญ Email Marketing ของคุณ   1. ส่งข้อความโดยปรับให้เข้ากับข้อมูลของสมาชิก วิธีการที่ได้ผลคือการทำให้สมาชิกรู้สึกเป็นคนพิเศษ ด้วยการสร้างสรรค์ข้อความให้เข้ากับข้อมูลของลูกค้า (Customer Data) แต่ละคน ซึ่งวิธีการนี้เรียกว่า Personalization เหมือนเช่นที่ Amazon ของ Jeff Bezos นำมาใช้กับลูกค้าของตนเอง   โดยข้อความที่ส่งหาลูกค้าหรือสมาชิกจะระบุชื่อไว้อย่างชัดเจน และยื่นข้อเสนอที่สอดคล้องกับประวัติการซื้อสินค้าที่ผ่านมาของลูกค้ารายนั้น ๆ ส่งผลให้ยอดขายสินค้ากว่า 35% จากทั้งหมดของ Amazon มาจาก Email Marketing   ทั้งนี้ การใส่ชื่อลูกค้าช่วยเพิ่มอัตราการเปิดอ่านอีเมลสูงขึ้นถึง 16% ซึ่งจากผลการสำรวจพบว่า 70% ของแบรนด์ที่ทำการตลาดผ่านอีเมล ละเลยในการระบุชื่อลูกค้า นั่นหมายความว่าหากคุณนำวิธีการ Personalization มาใช้ ก็จะทำให้โดดเด่นกว่าคู่แข่งเจ้าอื่นได้นั่นเอง  นอกเหนือจากการใส่ชื่อลูกค้าแล้ว ยังมีเคล็ดลับอื่น ๆ ที่จะช่วยคุณได้!  2.แบ่งกลุ่มสมาชิก เพื่อส่งสารให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย…

วิธีการทำ Landing page ให้ขายดี มี 7 กลยุทธ์ด้วยกัน

7-strategies-for-high-converting-landing-pages

  Landing page   ก่อนจะทำให้หน้า Landing pageในเว็บไซต์ของคุณโดนใจลูกค้า และนำไปสู่การเพิ่มค่า Conversion ด้วยการที่กลุ่มเป้าหมายเปลี่ยนมาเป็นลูกค้าของคุณนั้น เรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Conversion Rate กันก่อน จากงานวิจัยของ WordStream ชี้ให้เห็นว่า Conversion Rateจะแตกต่างกันไปตามประเภทของกลุ่มสินค้าและการบริการในธุรกิจนั้น ๆ ซึ่งค่าเฉลี่ยในการทำโฆษณา Adwordsจะอยู่ระหว่าง 2-5% แต่ไม่ได้หมายความว่าเราควรยึดตามค่าเฉลี่ยดังกล่าว เพราะมีธุรกิจอีกมากมายที่สามารถทำค่า Conversion Rateได้สูงกว่านี้ โดยผลการศึกษาของ  WordStream ที่ทำไว้เมื่อปี 2014 พบว่านักโฆษณาตัวฉกาจสามารถเพิ่มค่า Conversion Rate ได้สูงถึง 10% หรือมากกว่านั้น และนี่คือเป้าหมายที่คุณก็สามารถทำได้กับหน้า Landing page ของคุณด้วยกลยุทธ์เหล่านี้     1. จูงใจด้วยข้อเสนอสุดคุ้ม    จากตัวอย่างจะเห็นว่าเว็บไซต์ Vitacost ทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม โดยยื่นข้อเสนอที่สามารถช่วยปิดดีลได้ทันที ด้วยการสร้างแรงจูงใจกระตุ้นให้ลูกค้าหน้าใหม่ตัดสินใจแบบไม่ลังเล เมื่อเข้าเว็บไซต์มาได้ 5 วินาที ก็มีข้อความป็อปอัพเด้งบนหน้าจอ เพื่อเสนอส่วนลด 10 % ซึ่งเป็นข้อเสนอที่ไม่มีคู่แข่งเจ้าอื่นในตลาดเสนอได้  นอกจากนั้น หน้าเว็บไซต์ก็ยังดูสบายตา จัดวางองค์ประกอบได้ดี  และมีข้อความที่ชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ที่คุ้มค่าอย่างชัดเจนว่า “เซฟเงินได้มากถึง 37% สำหรับสินค้ากลุ่มอาหารออร์แกนิก” รวมถึงตอกย้ำจุดขายผลิตภัณฑ์ที่เฉพาะเจาะจง และมีรายละเอียดที่ทำให้น่าเชื่อถือมากขึ้น และสิ่งสำคัญที่สุด คือข้อเสนอหลักที่เสนอให้ลูกค้านั้นสามารถใช้ได้ทันที    2. จำกัดตัวเลือก  …

10 ขั้นตอนง่าย ๆ สร้าง Landing Page เขียนโปรแกรมไม่เป็นก็ทำได้!

10-how-to-landing-page

Landing Page ในเชิงการทำการตลาดออนไลน์นั้น เป็นหน้าเว็บไซต์ที่ถูกออกแบบเพื่อวัตถุประสงค์ใดเป็นการเฉพาะ ซึ่งมี ประโยชน์กับธุรกิจเป็นอย่างมาก นอกจากช่วยดึงดูดความสนใจของผู้เข้าชมแล้ว ยังมีส่วนช่วยในการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายด้วย และนื่คือ  10 ขั้นตอนสร้าง Landing Page ง่าย ๆ โดยไม่จำเป็นต้องมีทักษะเชี่ยวชาญในการเขียนโปรแกรมใด ๆ   1. รู้ว่าเมื่อใดควรใช้ Landing Page Landing Page มีความสำคัญกับการทำการตลาดออนไลน์อย่างมาก จึงควรรู้ว่าควรจะใช้ Landing Page กับเว็บไซต์ของคุณเมื่อใด ซึ่งหากกำลังทำแคมเปญโฆษณา หรือโปรโมชั่นออนไลน์อยู่ Landing Page จะช่วยสร้างโอกาสในการขายจากกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น ดังนั้น ถ้าคุณเป้าหมายทางการตลาดที่เฉพาะเจาะจง อาทิ เพิ่มยอดขาย หรือเพิ่มยอดสมัครสมาชิก ลงทะเบียนต่าง ๆ การสร้าง…

14 เทรนด์ การตลาดออนไลน์ ปี 2022-2024 ที่ต้องจับตา และต้องดู

14 online marketing 2 4

อนาคตของการ รับทำการตลาดออนไลน์ หรือ Digital Marketing จะเป็นอย่างไร? งานอะไรในสายอาชีพนี้ที่ตลาดต้องการ? และอนาคตของโซเชียลมีเดียจะเจอกับหายนะหรือไม่?  เว็บไซต์ต่างประเทศได้สรุปทิศทางหรือเทรนด์สำหรับปี 2022 เอาไว้แล้ว เพื่อให้เหล่านักการตลาดเตรียมรับมือกันในปีหน้า   1. Content Marketing จะเปลี่ยนเป็น “Content Selling” นักการตลาด จำนวนมากได้ตระหนักถึงความสำคัญของการทำคอนเทนต์ด้านการตลาด ซึ่งจากรายงานของสถาบัน Content Marketing Institute พบว่า 93% ของนักกการตลาดที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในการทำการตลาดแบบ Business to Business (B2B) ระบุว่าที่ผ่านมาองค์กรของพวกเขามุ่งมั่นกับการ Content Marketing แต่ปัจจุบันบริษัทเหล่านี้กำลังปรับเปลี่ยนแนวทางในการทำคอนเทนต์ไป Content Selling เพื่อสร้างหลักประกันทางตลาด นั่นหมายความว่า คอนเทนต์ต่าง ๆ จะต้องเอื้อต่อกระบวนการขาย และทีมการตลาดจำเป็นต้องมีกลยุทธ์ที่จะสร้างสรรค์คอนเทนต์ให้สอดคล้องกับเส้นทางของกลุ่มเป้าหมายก่อนจะมาเป็นลูกค้าของเรา ซึ่งการวัดผลกระทบจากการทำการตลาดถือเป็นสิ่งสำคัญที่ชี้วัดความสำเร็จจากการกำหนด KPI ที่เหมาะสมกับ Content Marketing  …

12 สิ่งที่ควรทำ เพิ่มยอดคนอ่าน content เราให้มากยิ่งขึ้น

12 seo 2 4

  12 สิ่งที่ควรทำ เพิ่มยอดคนอ่านให้มากขึ้น แม้ว่าคอนเทนต์ที่คุณเขียนจะน่าสนใจเพียงใด แต่ถ้าไม่รู้วิธีการโปรโมตโพสต์ ต่อให้เขียนดีแค่ไหน ก็อาจจะไม่มีคนอ่านมากอย่างที่คิด เพราะฉะนั้น สิ่งที่คุณต้องทำเพื่อให้คอนเทนต์เข้าถึงคนจำนวนมากหลังจากโพสต์ข้อความไปแล้วคือ 12 ขั้นตอนนี้   1.การนำ SEO / Keyword มาใช้ หลายคนคิดว่าคอนเทนต์ดีก็ชนะเลิศแล้ว แต่การทำให้คนมองเห็นคอนเทนต์จำนวนมาก ๆ ต่างหากที่สำคัญกว่า  ดังนั้น การใช้คำคีย์เวิร์ดเข้ามาใส่ในคอนเทนต์ จะช่วยให้บทความของคุณติดอันดับต้น ๆ ของเว็บ Search Engine ได้ เพียงแค่เลือกใส่คำคีย์เวิร์ดที่คุณต้องการลงในเครื่องมือหรือโปรแกรมค้นหาคีย์เวิร์ด ก็จะเห็นว่า คำค้นหาใดที่ได้รับความนิยมสูงสุด เพื่อจะได้นำคำเหล่านั้นมาใส่ในบทความของคุณ ทั้งส่วนที่เป็นหัวเรื่อง, เนื้อหา,  Meta Description ซึ่งเป็นส่วนที่บรรยายเนื้อหาย่อของคอนเทนต์ และการติดแท็กด้วยคำเหล่านั้น   2.…

8 ขั้นตอนวางกลยุทธ์ CRM เพื่อธุรกิจของคุณ

Customer relationship managment

8 ขั้นตอนวางกลยุทธ์ CRM เพื่อธุรกิจของคุณโตอย่างยั่งยืน กลยุทธ์ในการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (Customer Relationship Management – CRM) คือแผนการเพิ่มยอดขายพร้อมกับพัฒนาการบริการลูกค้า ผ่านกระบวนการ การดำเนินการ และเครื่องมือทางเทคโนโลยี ซึ่งเป็นการประสานงานกันทั้งฝ่ายขาย ฝายการตลาด และฝ่ายบริการลูกค้า ปัจจุบันธุรกิจต่าง ๆ ล้วนให้ความสำคัญกับลูกค้าโดยยกให้เป็นศูนย์กลาง จึงทำให้การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าต้องถูกยกระดับให้เข้มข้นขึ้น ซึ่งเป็นเพราะลูกค้ามีความคาดหวังในสินค้าและบริการสูงขึ้นมาก และหากวางกลยุทธ์ในการทำ CRM ได้ดี ก็จะส่งผลดีต่อธุรกิจของคุณหลายประการ สร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าในทุกจุดที่แวะใช้บริการ สร้างความแข็งแกร่งระหว่างทีมขาย การตลาด และฝ่ายบริการลูกค้า ระบุลูกค้าเป้าหมายได้ชัดเจนเพื่อสร้างโอกาสในการขาย สามารถติดตามกลุ่มที่มีโอกาสซื้อสินค้าและเป็นลูกค้าได้ สร้างแคมเปญการตลาดได้ตามเป้าหมาย เห็นตัวเลขข้อมูลเชิงลึก เพื่อเป็นแนวทางในการวางกลยุทธ์ในอนาคต หากต้องการวางกลยุทธ์ CRM ให้ประสบความสำเร็จโดยเริ่มจากศูนย์  ลองทำตาม 8…

7 เทคนิคการเขียน content สำหรับทำ Lead Nurturing ที่ได้ผล

7 lead nurturing 1 4

  Lead Nurturing เป็นกลยุทธ์เชิงรุกในการดูแล และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่คาดหวัง และมีแนวโน้มสูงในการจะกลายเป็นลูกค้าในอนาคต โดยใช้วิธีการส่งมอบข้อมูลที่เหมาะสมและดูแล ติดตาม เอาใจใส่ เพื่อสร้างความไว้วางใจให้พร้อมซื้อสินค้าอย่างเต็มใจ การเขียนเนื้อหากลุ่มเป้าหมายด้วยการใช้กลยุทธ์ Lead Nurturing เป็นเครื่องมืออันทรงพลังที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ของแคมเปญการตลาด โดยนำกลุ่มเป้าหมายไปสู่ขั้นตอนการซื้อสินค้าหรือบริการมากยิ่งขึ้น ด้วยการเขียนเนื้อหากลุ่มเป้าหมายผ่าน 7 กลยุทธ์ Lead Nurturing   1. เป็นศูนย์รวมเนื้อหาตามช่องทางการขาย กระบวนการด้านการขายประกอบด้วย 3 ขั้นตอน ดังนี้ คือ การรับรู้ การพิจารณา และการซื้อ การให้ความรู้ – Top of the Funnel ควรเริ่มต้นด้วยการกำหนดความต้องการของลูกค้า โดยพิจารณาจากพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายบนเว็บไซต์…

12 วิธีการทำ Email Marketing ที่จำเป็นต้องมีในปี 2022

12-email-marketing

12 กลยุทธ์การทำ Email Marketing ที่จำเป็นต้องมีในปี 2021  Email Marketing หรือการทำการตลาดผ่านอีเมล เป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการสื่อสารกับกลุ่มลูกค้า เพื่อทำให้อีเมลของคุณที่ส่งไปหากลุ่มเป้าหมายประสบความสำเร็จ และนี่คือกลยุทธ์ที่จำเป็นต้องมี เพื่อเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จมากขึ้นสำหรับปี 2021 หรือปี 2022   1. สร้างแคมเปญอีเมลอัตโนมัติ จากการศึกษาพบว่า อีเมลอัตโนมัติ ที่เป็น Welcome Email ที่ส่งหากลุ่มเป้าหมาย สามารถสร้างรายได้ต่ออีเมลได้มากถึง 320% โดยมีอัตราการเปิดอ่านมากกว่าอีเมลประเภทอื่น ๆ ถึง 4 เท่า ขณะที่อัตราการคลิกเข้าไปอ่านก็สูงกว่าอีเมลส่งเสริมการขายถึง 5 เท่า ซึ่งการทำแคมเปญอีเมลอัตโนมัติ นอกจาก  Welcome Email แล้วก็ยังสามารถตั้งค่าเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ ลดการละทิ้งรถเข็น (ใส่ของในตะกร้ารถเข็นแต่ไม่ซื้อสินค้า) ขอบคุณสำหรับการซื้อ การดาวน์โหลด หรือการลงทะเบียน ยืนยันการเลือกเข้าร่วม…

8 เทคนิคเพิ่มยอดผู้ติดตามช่อง YouTube อย่างเร่งด่วนจนน่าตกใจ

8-techniques-youtube

เมื่อคิดจะทำให้สินค้าของคุณเป็นที่รู้จักในวงกว้าง แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร  YouTube ถือเป็นตัวเลือกที่กำลังมาแรงในปัจจุบัน เพราะเป็นแพลตฟอร์มหนึ่งที่เติบโตไวที่สุด และมีผู้ใช้งานกว่า 2 พันล้านคนต่อเดือน และถ้าอยากให้ช่อง YouTube ของคุณมียอดผู้ติดตามและยอดคนดูเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ลองสำรวจดูว่าได้ลองทำตามเทคนิคเหล่านี้แล้วหรือยัง   1.ทำคอนเทนต์ให้ความรู้วัยทำงาน จากผลสำรวจพบว่า เหตุผลหลักที่ทำให้คนกด Subscribe ช่อง YouTube มากที่สุด เป็นเพราะช่องนั้นมีคอนเทนต์ที่ให้ความรู้ตรงกับอาชีพการงานของพวกเขานั่นเอง ซึ่งถ้ากลุ่มเป้าหมายคือคนวัยทำงาน การทำคอนเทนต์ในลักษณะนี้จะช่วยเพิ่มยอด Subscribe ให้แก่ช่องที่ยังไม่ค่อยมีคนรู้จักได้เป็นอย่างดี   2.คอนเทนต์ตรงกับงานอดิเรกที่คนดูชอบ หากช่องของแบรนด์คุณไม่ตอบโจทย์ข้อแรก ลองพลิกแพลงว่าจะทำคอนเทนต์ให้เกี่ยวข้องกับงานอดิเรกของผู้ชมกลุ่มเป้าหมายได้อย่างไรบ้าง ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณทำธุรกิจขายเสื้อผ้า ก็อาจจะทำคอนเทนต์ DIY เสื้อผ้าเก่าให้ดูเหมือนชุดใหม่ด้วยลูกเล่นใหม่ ๆ เป็นต้น ซึ่งหากทำคอนเทนต์ที่ให้ความรู้เต็มที่แบบไม่มีกั๊ก ก็จะยิ่งได้ใจคนดู และเพิ่มโอกาสในการกดติดตามช่องของคุณได้มากขึ้น   3.ทำคลิปที่น่าสนใจ สื่อสารสองทาง หลายคนเลือกเข้ามาดูคลิปต่าง ๆ…

เคล็ดลับ ทำ SEO สู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการทำอันดับบน google

search-engine-optimization

เคล็ดลับสู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Search Engine Optimization แม้ว่าการเขียนคอนเทนต์ที่ได้คุณภาพและมีเนื้อหาน่าสนใจถือเป็นสิ่งสำคัญ แต่หากต้องการให้บทความของคุณติดอันดับการค้นหาในเว็บ Search Engine อย่าง Google ก็จำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญด้าน SEO ด้วย และนี่คือเคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณเป็นผู้ชำนาญการในด้านนี้ 1.พัฒนาทักษะต่าง ๆ งานด้าน SEO จำเป็นต้องมีทักษะ 2 อย่าง คือ การสรรค์สร้างคอนเทนต์ และการคิดวิเคราะห์ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO มักจะมีทักษะการเขียนอย่างสร้างสรรค์ในตัวกันอยู่แล้ว ในการปรับคอนเทนต์ให้ตอบโจทย์ทั้งคนอ่านและ Google สิ่งที่ต้องพัฒนาเพิ่มเติมจึงเป็นทักษะด้านเทคนิค ทั้งเรื่องการใช้คำคีย์เวิร์ดต่าง ๆ  และวิเคราะห์คู่แข่งให้เป็น 2.เรียนหลักสูตรเฉพาะทาง การเรียนหลักสูตรเพิ่มเติมและมีใบประกาศนียบัตรรับรองความรู้เฉพาะทางด้าน SEO จะช่วยเพิ่มโอกาสและความน่าเชื่อถือให้กับคุณได้มากขึ้น เพราะเป็นหลักฐานว่าคุณมีความรู้ด้านนี้อย่างถ่องแท้ โดยให้เลือกหลักสูตรที่ช่วยให้คุณมีทักษะที่จำเป็นต่อความก้าวหน้าในอาชีพ SEO ของคุณ หากคอร์สไหนเจาะลึกไม่พอ คอร์สนั้นอาจจะไม่เหมาะกับคุณ 3.เข้าใจการทำงานของเว็บ…

14 วิธี เพิ่มยอดรับอีเมล ด้วยการตลาดแบบ Opt-in

14-email-marketing-opt-in

หากสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่สามารถดึงผู้คนให้เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์และบล็อกของคุณได้แล้ว นอกเหนือจากการสอบถามข้อมูลโดยตรงกับพวกเขาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการของคุณผ่าน Landing Page ก็ควรจะมีช่องทางที่สามารถติดต่อผ่านอีเมลด้วย เพื่อให้ไม่พลาดการติดต่อกับผู้ที่มีแนวโน้มจะเป็นลูกค้าของคุณนั่นเอง นี่คือ 14 วิธีทำการตลาดแบบ Opt-in ที่จะช่วยเพิ่มยอดรับข่าวสารทางอีเมลจากแบรนด์ของคุณ โดยที่ผู้บริโภคยินดีรับอีเมลจากคุณด้วยความสมัครใจ  โดยแบ่งได้ดังนี้ Opt-in สำหรับอีเมล 1. Squeeze Page    Squeeze Page คือญาติสายตรงของ Landing Page เพียงแตกต่างกันตรงที่รวบรัดกว่าสมชื่อ โดยมีเป้าหมายเดียว คือ ดึงดูดให้ผู้เข้าชมสมัครรับอีเมลจากเว็บของคุณ ซึ่งวิธีการเพิ่มยอด Subscribe อีเมลได้ดีที่สุด คือ การสมัครอีเมลเพื่อแลกกับบางสิ่งบางอย่างที่จะได้รับทันทีเมื่อผู้เข้าชมกดรับสมัครอีเมล เช่น  Squeeze Page ที่แจก e-book หรือ คู่มือต่าง ๆ Squeeze Page ควรจะใส่แค่เนื้อหาตรงประเด็นเท่านั้น เพื่อดึงดูดให้ผู้เยี่ยมชมกดรับสมัครอีเมลจากคุณ…

ฮาวทูสร้างผลกำไรให้ธุรกิจแบรนด์แฟชั่นด้วยการตลาดออนไลน์

how-build-fashion

การสร้างผลกำไรให้ธุรกิจแบรนด์แฟชั่นด้วยการตลาดออนไลน์ เมื่อมีแบรนด์แฟชั่นอยู่มากมาย การทำให้แบรนด์ของเราโดดเด่นกว่าคู่แข่งจึงเป็นเรื่องท้าทาย ซึ่งการวางแผนกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ที่ได้ประสิทธิภาพถือเป็นทางออกที่ดีทางหนึ่ง เพราะหากนำมาใช้ถูกทาง จะสามารถเพิ่มยอดขาย เสริมภาพลักษณ์แบรนด์สินค้า และช่วยให้แบรนด์สร้างกำไรมากขึ้น ส่งผลให้สินค้าของคุณเข้าตาลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย เมื่อวางกลยุทธ์ได้ถูกต้องจึงเพิ่มทั้งการรับรู้แบรนด์สินค้า สร้างยอดขาย และยังเปลี่ยนผู้แวะชมสินค้าให้เป็นกลายเป็นแบรนด์ แอมบาสเดอร์ หรือทูตสินค้าให้กับคุณได้ด้วยดีเรค โรบินสัน ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร Top Notch Dezigns แนะนำว่าการตลาดออนไลน์ถือเป็นก้าวที่จำเป็นในธุรกิจ หากต้องการเปิดตลาดลูกค้าไปทั่วโลกและได้ประสิทธิภาพ และนี่คือฮาวทูในการใช้การตลาดออนไลน์มาสร้างผลกำไรให้ธุรกิจแบรนด์แฟชั่นของคุณ   กระตุ้นกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย แม้ว่ากลุ่มเป้าหมายที่เข้าเว็บไซต์หรือเห็นโฆษณาจะยังไม่ได้กดซื้อสินค้าในทันที แต่หน้าโฆษณานั้นยังคงอยู่ คุณจึงสามารถกำหนดการยิงโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมาย เพื่อทำให้พวกเขานึกถึงสินค้าที่เพิ่งเห็นก่อนหน้านี้ได้ ตัวอย่างเช่น ถ้าผู้ชมยังไม่เข้าเว็บไซต์ในระยะเวลาที่กำหนดไว้ หรือกลุ่มที่กดเพิ่มสินค้าไว้ในตะกร้าแต่กดยกเลิกในภายหลัง คุณสามารถเพิ่มข้อเสนอให้น่าสนใจมากขึ้นด้วยการมอบส่วนลดให้กับพวกเขา ด้วยการยิงแอดแบบ Retarget หรือกระตุ้นกลุ่มเป้าหมายกลับมาตัดสินใจซื้อสินค้า จากการสำรวจโดย Uhuru ที่วิเคราะห์การยิงโฆษณาเฟสบุ๊กของแบรนด์ต่าง ๆ พบว่าค่าเฉลี่ยผลตอบแทนในการลงทุนทำแคมเปญโฆษณาแบบ…

7 วิธีการทำ Lead Nurturing อย่างมีประสิทธิภาพ

7-lead-nurturings

  การใช้กลยุทธ์ในการดูแลลูกค้าเป้าหมายให้มีประสิทธิภาพที่ดีนั้น จะช่วยส่งผลลัพธ์ที่ดีต่อการสร้างกลยุทธ์ทางการตลาด ช่วยสร้างความภักดีของลูกค้า การรักษาลูกค้า สร้างรายได้เพิ่มขึ้น และสร้างผลตอบลัพธ์ที่ดีอื่น ๆ ตามมาได้อีกมากมาย Lead Nurturing คืออะไรLead Nurturing เป็นวิธีเปลี่ยนจาก Lead ธรรมดา ให้กลายเป็น Quality Lead ที่มีแนวโน้มนำลูกค้าเป้าหมายไปสู่การดำเนินการที่จะซื้อสินค้าหรือบริการมากขึ้น ดังนั้น เรามีกลยุทธ์การตลาดกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายผ่าน lead nurturing ด้วย 7 วิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อช่วยให้คุณเพิ่มยอดขายได้มากขึ้น   1.ใช้ประโยชน์จากการใช้เนื้อหาที่ตรงเป้าหมาย จากการวิจัยพบว่ากลยุทธ์การตลาดโดยการใช้เนื้อหาที่ตรงเป้าหมายผ่าน Lead Nurturing สามารถช่วยให้ผลลัพธ์ทางการตลาดได้ดีขึ้น จาการสร้างเนื้อหาเป้าหมายที่ออกแบบมาตามลักษณะเฉพาะตามกลุ่มเป้าหมาย เช่น ความสนใจ เป้าหมาย วัตถุประสงค์ และตัวกระตุ้นทางการตลาด นอกจากนี้ การตลาดควรมีแพลตฟอร์มการตลาดแบบอัตโนมัติ เพื่อให้คุณสามารถแบ่งกลุ่มและกำหนดเป้าหมายผู้ซื้อที่มีเอกลักษณ์แบบเฉพาะเจาะจงได้ชัดเจนขึ้น…

กลยุทธ์ทำการตลาดออนไลน์ในอุตสาหกรรมแฟชั่น

online-marketing

“บริษัทเสื้อผ้าแฟชั่น ของฟุ่มเฟือยบางแบรนด์ต้อง ‘ล้ม’ จากวิกฤตการณ์โควิด-19 ที่เผชิญอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งบริษัทที่จะอยู่รอดในธุรกิจได้ในอนาคต ส่วนใหญ่ย่อมขึ้นอยู่กับความสามารถของพวกเขาในการวิเคราะห์และทำตลาดออนไลน์” นี่คือคำกล่าวของ Mckinsey บริษัทที่ปรึกษาทางธุรกิจอันดับท็อป ซึ่งนิยามโลกออนไลน์ว่าใข้ในการเพิ่มมูลค่าของแบรนด์ได้ ทั้งมุมมองด้านการเงิน เพราะถือว่าแบรนด์คือสินทรัพย์อย่างหนึ่ง และมุมมองด้านการตลาด ในการสร้าง Story ให้กับแบรนด์ตัวเอง ซึ่งการตลาดออนไลน์จะพลิกโฉมกระบวนการทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ   ปัจจัยเพิ่มโอกาสและความสำเร็จด้านการตลาดออนไลน์ ในรายงานปี 2018 ของบริษัท Boston Consulting Group วิเคราะห์แบรนด์ต่าง ๆ ที่ประสบความสำเร็จมากสุด ในแง่ของการทำกำไร และความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับผู้บริโภค พบว่า 3 สิ่งที่แบรนด์ทำแล้วดึงลูกค้าไว้ได้เหนียวแน่น ประกอบด้วย   1. วิเคราะห์ จัดสรร กระจายงบประมาณให้ถูกจุด…

Omni channel คืออะไร ทำไมถึงสำคัญในการทำการตลาดออนไลน์

omni-channel

Omni Channel คืออะไร Omnichannel หรืออาจจะสะกดแยกได้ว่า Omni-channel คือช่องทางการสื่อสารและบริการลูกค้าที่หลากหลายและเชื่อมโยงกันให้เป็นหนึ่งเดียวทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ ซึ่งช่วยในการเก็บรวบรวมข้อมูลของลูกค้าทั้งหมดเอาไว้ เพื่อทำให้การเข้าถึงข้อมูลลูกค้าเป็นไปได้ง่ายและรวดเร็ว โดย Omnichannel นี้จะช่วยให้ลูกค้าพบเจอกับประสบการณ์การการใช้งานที่ต่อเนื่องไม่มีติดขัด เพิ่มตัวเลือกให้ผู้ใช้ ไม่ว่าลูกค้าจะซื้อสินค้าทางออนไลน์ผ่านคอมพิวเตอร์ มือถือ โทรศัพท์บ้าน หรือแม้แต่ซื้อที่ร้านค้าก็สามารถทำได้ ตัวอย่างเช่น ลูกค้าสามารถใช้คอมพิวเตอร์เช็คสินค้าในคลังสินค้าบนเว็บไซต์หรือแทบเล็ตหรือสมาร์ทโฟน แต่อาจจะยังไม่แน่ใจอยากจะเห็นสินค้าของจริงก่อน ก็สามารถไปซื้อที่ร้านค้าได้ตรงได้อีกด้วย โดย Omnichanel นี้สามารถพัฒนาระบบบริการลูกค้าเพราะว่าสามารถเพิ่มตัวเลือกช่องทางการสื่อสาระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ ซึ่งจะทำให้การซื้อขายและการสื่อสารมีความยืดหยุ่นและสามารถสับเปลี่ยนระหว่างหลายช่องทางได้ซึ่งทำให้ยอดขายมีโอกาสเพิ่มขึ้นได้   OMNICHANNEL VS MULTICHANNEL Omni มาจากรากศัพท์ภาษาละตินแปลว่า ทั้งหมด หรือ ทุกๆอัน ส่วน Multi แปลว่า จำนวนมาก ซึ่งในกรณีนี้ Omnichannel หมายถึงช่องทางการสื่อสารที่สามารถครอบคลุมช่องทางต่างๆได้มากกว่า โดย Omni channel จะมีช่องทางการจัดจำหน่ายและโปรโมทสินค้ามากกว่า ตัวอย่างเช่น ร้านค้าที่มีหน้าร้าน เว็บไซต์ แอปพลิเคชั่นบนมือถือ…

Facebook และ Instagram เปิดตัวร้านค้า เปลี่ยนโปรไฟล์ธุรกิจเป็นหน้าร้านโดนใจ นักช็อปออนไลน์

facebook shop

Facebook Shop & Instagram Shop เทคโนโลยีใหม่ ๆ เกิดขึ้นอย่างไม่หยุดนิ่ง ช่วยเพิ่มสีสันและความสะดวกสบาย เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้ดีไซน์การใช้ชีวิตทุกไลฟ์สไตล์แห่งการช็อปปิ้งออนไลน์ สนุกสนานเพลิดเพลินอย่างไม่สะดุดและครบทุกรายละเอียดตามความต้องการ อีกหนึ่งความดีงาม บนโลกโซเซียลของการตลาดดิจิทัลออนไลน์ที่กำลังกล่าวถึง นั่นคือ ลูกค้าสามารถเรียกดูและซื้อ ผลิตภัณฑ์ได้โดยตรงจากโปรไฟล์ธุรกิจหน้าร้านบน Facebook Shop และ Instagram Shop ซึ่งทั้ง  2 ช่องทางการตลาดออนไลน์นี้ สามารถรองรับ E-Commerce เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ตัวอย่างเช่น   Facebook มี Marketplace มีแนวโน้มพัฒนาและเติบโตขึ้นผ่านโครงการ Libra cryptocurrency ของ Libra   Instagram อนุญาตให้ผู้ใช้ซื้อผลิตภัณฑ์ที่แสดงในโพสต์ และโฆษณาได้   อย่างไรก็ตามเครื่องมือทางธุรกิจใหม่ ๆ เหล่านี้ ยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ธุรกิจต่าง ๆ สามารถสร้าง ร้านค้าบน Facebook และ Instagram ได้อย่างเต็มรูปแบบ  การมีเครื่องมือทางธุรกิจจะช่วยให้ลูกค้ามีแนวโน้มติดตามและให้ความสนใจที่จะปฏิสัมพันธ์ต่อโปรไฟล์ธุรกิจFacebook และ Instagram ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของข้อมูล ข่าวสารเกี่ยวกับร้านอาหารและร้านค้าในพื้นที่ หาก ร้านค้าของคุณเป็นที่ชื่นชอบก็สามารถเปลี่ยนเป็นช่วงเวลาในการสร้างโอกาสการขาย และการจัดส่งออนไลน์ได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น นี่จึงเป็นเหตผลว่าทำไมจึงไม่อนุญาตให้ผู้เยี่ยมชมทำการซื้อสินค้าได้ทันที โดยไม่ต้องออกจาก Facebook และ Instagram  ปัจจุบันเศรษฐกิจได้รับผลกระทบอย่างหนักต่อธุรกิจขนาดเล็กหลายแห่งของธุรกิจออนไลน์ และโฆษณาบน Facebook ดังนั้น จึงมีนโยบายการช่วยเหลือธุรกิจเหล่านั้นให้ผ่านวิกฤตโควิด-19 ให้ได้เร็วที่สุด มาดูวิธีการให้ความช่วยเหลือกลุ่มเจ้าของธุรกิจออนไลน์เหล่านี้กัน!!!   CEO Zuckerberg ของ Facebook วิธีที่จะช่วยให้ธุรกิจรอดพ้นจาก COVID-19 เขาเชือว่าวิธีนี้แม้ว่าจะเป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่จะมีประโยชน์อย่างยั่งยืนหลังผ่านวิกฤตจากโรคระบาดในครั้งนี้ไป เพราะการใช้ชีวิตรูปแบบออนไลน์จะยังคงดำเนินต่อไป และยิ่งจะมีแนวโน้มการทำธุรกิจออนไลน์เพิ่มมากขึ้นในอนาคต  Instagram Vishal Shah บอกว่านี่คือรูปแบบใหม่ที่เป็นการทดสอบคุณลักษณะระดับโลกที่ยิ่งใหญ่ มีเกือบ 1 ล้านธุรกิจที่ได้ลงทะเบียนไปแล้ว   นี่เป็นโซลูชันที่สร้างเพียงครั้งเดียวแต่แสดงผลได้ทุกที่ โดยร้านค้าต้องมีความสอดคล้องกันไม่ว่าจะเป็นบน Facebook Shop หรือ Instagram Shop สิ่งที่แตกต่างคือ วิธีที่ผู้บริโภคค้นพบร้านค้าไม่ว่าจะผ่านทาง Facebook Marketplace หรือผลิตภัณฑ์ที่ติดแท็กในภาพถ่ายบน Instagram  ดังนั้น ธุรกิจเหล่านั้นจะสามารถสร้างร้านค้า Facebook ได้ฟรีแบบง่าย ๆ  เพียงแค่การอัปโหลดแคตตาล็อก เลือกผลิตภัณฑ์ที่ต้องการนำเสนอ จากนั้นปรับแต่งด้วยภาพหน้าปกและสีที่ต้องการเน้นสร้างความแตกต่างอย่าง โดดเด่น เพียงแค่นี้ ผู้เยี่ยมชมก็สามารถเรียกดูบันทึกและสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ได้ทันที ส่วนการคิดค่าบริการของ Facebook จะคิดค่าธรรมเนียมเพียงเล็กน้อยในการซื้อแต่ละครั้ง แต่การสร้างรายได้หลักจะมาจากการผลักดันการ โฆษณาให้มากขึ้น   Instagram วางแผนที่จะเปิดตัวประสบการณ์ใหม่ในช่วงฤดูร้อนนี้ที่เรียกว่า Instagram Shop ซึ่งช่วยให้ ผู้ใช้สามารถเรียกดูผลิตภัณฑ์โดยตรงจาก Instagram Explore และการได้สัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ที่น่าประทับใจ   สำหรับการเปิดตัวในครั้งนี้ Facebook เป็นพันธมิตรกับ Shopify, BigCommerce, Woo, Channel Advisor, CedCommerce, Cafe24, Tienda Nube และ Feedonomics ร้านค้าจะสามารถใช้ แพลตฟอร์มเหล่านี้ เพื่อจัดการร้านค้าบน Facebook รวมถึงโฆษณาที่เชื่อมต่อกับร้านค้าเหล่านั้นได้โดยตรง เช่น ร้านค้าบน Facebook ช่วยให้ร้านค้า Shopify สามารถควบคุมการปรับแต่ง และการขายสินค้าหน้าร้านบน Facebook และ Instagram โดยผ่านการจัดการผลิตภัณฑ์สินค้าคงคลัง คำสั่ง ซื้อและการปฏิบัติโดยตรงจาก Shopify ดังนั้น จึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่สามารถช่วยสร้างความสะดวกสบายและเป็นการเปิดโอกาสสร้างช่องทางการขายมากขึ้นให้ตอบโจทย์ทุกความต้องการแบบตรงเป้าหมายที่สุดนั่นเอง 

Personalized Marketing คืออะไร การตลาดเทรนด์ใหม่ของคนรุ่นใหม่แบบตรงใจ

personalized marketing

การปรับรูปแบบความส่วนตัวนั้น เป็นการเปลี่ยนการตลาดด้วยการเปลี่ยนประสบการณ์ของลูกค้าและเพิ่มผลกำไร ทางธุรกิจ ด้วยการสร้างการเข้าถึงกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีผู้ประกอบการหลายรายต่างมองหาวิธีการใหม่ ๆ เพื่อให้ตอบโจทย์ กลุ่มลูกค้าได้ตรงใจมากที่สุด บทความนี้เป็นการแบ่งปันความรู้และสร้างความเข้าใจของการตั้งค่าการตลาดแบบส่วนบุคคลเพื่อให้ตรงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมากที่สุด เริ่มต้นด้วยการทำความรู้จักกับการตลาดแบบส่วนบุคคลก่อนเลยเป็นอันดับแรก Personalized Marketing คืออะไร? เป็นแนวคิดและวิธีการนำเสนอสินค้าและบริการผ่านคอนเทนต์ ช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ และราคาที่ตรงใจผู้บริโภค ให้มากที่สุด แบบเฉพาะเจาะจงลูกค้ารายบุคคลตามความต้องการ โดยพิจารณาและวิเคราะห์จากพฤติกรรมของ ผู้บริโภคเป็นหลักสำคัญ ดังนั้น Personalized Marketing เป็นการทำตลาดให้เป็นแบบส่วนตัว หรือที่เรียกว่าการตลาดเฉพาะบุคคล หรือการตลาดแบบหนึ่งต่อหนึ่ง (One To One Marketing) คือ การเรียนรู้การใช้ข้อมูลเพื่อส่งข้อความ ของแบรนด์ออกสู่กลุ่มเป้าหมาย วิธีนี้จะแตกต่างจากการทำตลาดรูปแบบเดิมที่เกิดรายได้น้อย เช่น ป้ายโฆษณา, การโทร, การส่งจดหมายและวิธีอื่น ๆ…

Google Data Studio (Looker Studio) คืออะไร ใช้อย่างไร ดีไหม เหมาะกับใคร

what is google data studio

Google Data Studio เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Looker Studio การทำธุุรกิจนั้นเป็นเรื่องยากจะเข้าใจ เพราะต้องสามารถวิเคราะห์ถึงแนวโน้มความน่าจะเป็นได้อย่างแม่นยำในการนำมาใช้ด้านการตลาดมากที่สุด ด้วยการใช้ข้อมูลของลูกค้าที่มีหลากหลายนำมารวบรวม เพื่อเป็นแนวทางที่ชัดเจน ถือเป็นเรื่องที่น่าท้าทายสำหรับผู้ประกอบการในแต่ละธุรกิจ จึงเป็นวิธีการที่ยุงยากและไม่ง่ายนักที่จะสามารถทำได้ นั่นหมายความว่า คุณจะต้องทำรายงานการวิเคราะห์อย่างหนัก ดาวน์โหลดข้อมูล Google Analytics และนำ ข้อมูลมาคำนวณ เพื่อสร้างแผนภูมิ และไดอะแกรม แต่เรามีวิธีที่ช่วยให้คุณทำงานได้ง่ายกว่านั้นมาแนะนำ ด้วยเครื่องมือที่เรียกว่า Google Data Studio (Looker Studio) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Google Analytics 360 Suite  Google Data Studio คืออะไร Google Data Studio เป็นเครื่องมือเพื่อเปลี่ยนข้อมูลการวิเคราะห์ของลูกค้าให้เป็นรายงานที่ง่ายต่อการเข้าใจผ่านออกมาเป็นรูปภาพโดยสามารถเชื่อมตัวกับข้อมูลที่มีอยู่อ่านเข้าใจง่ายขึ้นง่ายต่อการแบ่งปันและปรับแต่งให้ลูกค้าแต่ละรายแบบเฉพาะเจาะจงคุณสามารถเลือกวิธีการน าเสนอข้อมูลจะเป็นกราฟแท่งแผนภูมิกราฟเส้นและอื่นๆคุณก็สามารถท าได้ง่ายรวมถึงสามามรถเปลี่ยนรูปแบบอักษรสีและสร้างรายงานด้วยโลโก้แบรนด์ของคุณได้อีกด้วยและไม่เพียงแค่นี้ สิ่งที่โดดเด่นที่สุดเกี่ยวกับData Studio คือช่วยให้คุณสามารถดึงข้อมูลได้มากขึ้นเพียงแค่ใช้ Google Analytics นำเข้าข้อมูล Facebook ใส่ข้อมูลนั้นลงใน Google Sheetเพื่อใช้แสดงในรายงานเป็นรายงานแบบไดนามิกดังนั้นเมื่อมีการอัปเดตไปยังแหล่งข้อมูลใหม่จะแสดงรายงานถึงแหล่งข้อมูลอ้างอิงโดยอัตโนมัติและสามารถแชร์ได้ดังนั้นคุณสามารถให้สิทธิ์แก่ผู้คนในการดูรายงานหรืออนุญาตให้ท าการเปลี่ยนแปลงได้ Google Data Studio ใช้ฟังก์ชันการท างานเดียวกับ Google Docs…

4 เทคนิคเพิ่มยอดขายด้วย TikTok Ads (TikTok Shop Part 11) 4 แนวทางขายของบน TikTok Shop ให้โดนใจสายแม่บ้าน สรุป 5 สถิติ TikTok Shop ประจำปี 2566 เช็กลิสต์ 5 สินค้าขายดีบน TikTok ปี 2023 5 เรื่องต้องรู้! ก่อนขายของบน TikTok