https://chat.foxbot.app/webchat/?p=1116283&id=RA4oWc5dayKYU8B9
Video Marketing Form V2

โปรดกรอกฟอร์ม ทางเราจะติดต่อกลับภายใน 24 ชม.

หลังจาก กดส่งฟอร์มแล้ว รบกวนเช็คที่อีเมล Inbox หรือ Junk Mail ทางระบบเราจะมีส่งข้อมูลเพิ่มเติม และตอบกลับให้ทางเมล ภายใน 5 นาที

ติดต่อเรา

หลักการทำ SEO ให้เว็บไซต์มีคุณภาพ

รู้หรือไม่ว่าการทำเว็บไซต์ให้มีคุณภาพต้องทำ SEO ให้เป็นและมีคุณภาพด้วย ไม่เช่นนั้นเว็บไซต์ที่ทำขึ้นมาก็จะเปล่าประโยชน์ ไม่มี Traffic ไม่มีคนคลิกเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ ซึ่ง Podcast EP.1 ของเรา  จะมาพูดถึงหลักการทำ SEO อย่างไรให้เว็บไซต์มีคุณภาพ

หลักการทำงานของ SEO  

SEO ย่อมาจาก Search Engine Optimize ซึ่งการทำ SEO เป็นการทำเว็บไซต์ให้มีคุณภาพนั่นเอง ดังนั้นหลักการทำ SEO ก็จะต้องรู้จักอัลกอริทึมของกูเกิล (Google) ก่อน  โดยกูเกิลจะพยายามดึงเว็บไซต์ที่มีคุณภาพมาให้คนเสิร์ชหรือค้นหา

หลักการให้คะแนนของ Google ในการดึงเว็บไซต์ให้ติดอันดับ 

การที่ Google จะเลือกเว็บไซต์ไหนขึ้นมาให้คนค้นหา จะต้องมีทั้ง Tiltle, Heading และ Focus Keyword แต่อัลกอริทึมของกูเกิลไม่ได้อ่านภาษาไทยเข้าใจได้ทุกอย่าง. เช่นเดียวกับกับอัลกอริทึมของเฟซบุ๊กที่ไม่สามารถอ่านได้ทุกภาษา หลักการก็คือการจับคำที่เป็นคีย์เวิร์ดขึ้นมา  ซึ่งการทำ SEO  เราจะต้องมีข้อมูล จะต้องมีคอนเทนต์ จะต้องมีข้อความนั้น ๆ อยู่ ซึ่งกูเกิลจะเข้ามาดูว่าเว็บไซต์นี้มีคีย์เวิร์ดนี้หรือเปล่า พูดถึงคำนี้ไว้หรือเปล่า เพื่อดึงเว็บไซต์ขึ้นมาให้คนค้นหา

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่ากูเกิลจะดึงเว็บไซต์นั้น ๆ ขึ้นมาได้เลย เพราะต้องดูก่อนว่ามีกี่เว็บไซต์ที่มีคีย์เวิร์ดนี้ รวมถึงต้องดูด้วยว่าแต่ละเว็บไซต์มีคุณภาพมากน้อยแค่ไหน  ทั้งรูปแบบการจัด Layout ของเว็บไซต์ การจัดหมวดหมู่  มีหัวข้อ  มี Heading ที่ชัดเจน  เป็นคอนเทนต์ที่อ่านง่าย ไม่ยุ่งยาก

หลักการทำ SEO เบื้องต้น มีอะไรบ้าง

1. Content Marketing

 พื้นฐานแรกในการทำ SEO คือ Content Marketing หรือคอนเทนต์การตลาดให้มีคุณภาพ เพราะ Content is King ทำอย่างไรให้คนเข้ามาดูคอนเทนต์ในเว็บไซต์ของคุณอ่านจนจบในรวดเดียว ไม่ใช่เข้ามาอ่านแค่แป๊บเดียวแล้วออกจากหน้าเว็บไซต์นั้น ๆ ไป ซึ่ง Google สามารถจับพฤติกรรมเหล่านี้ได้  จึงต้องให้ความสำคัญกับการทำคอนเทนต์  

2. จัดวางคอนเทนต์อย่างเป็นระเบียบ

เมื่อมีคอนเทนต์ที่มีคุณภาพแล้ว  การนำคอนเทนต์มาใส่บนเว็บไซต์ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน จึงต้องจัดวาง คอนเทนต์ให้เป็นระเบียบ อ่านง่าย  ไม่ใช่แค่ใส่ Heading แแล้วที่เหลือเป็นข้อความทั้งหมด ซึ่งคนที่เข้ามาอ่านเห็นตัวหนังสือเต็มไปหมด ก็อาจจะอ่านไม่จบก็เป็นได้ ทั้งที่อาจจะเป็น คอนเทนต์ที่มีคุณภาพ เพราะฉะนั้น การจัดวางคอนเทนต์ ก็เป็นส่วนที่สำคัญมาก จึงมีกฎของ Google ขึ้นมาว่าในหนึ่งหน้า ควรจะมี H1 หรือ Heading 1  ซึ่งเป็นใจความสำคัญเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น

หากคอนเทนต์นั้น ๆ  สามารถแบ่งออกเป็นหัวข้อย่อย ๆ ได้ ก็ควรจจะมี H2 หรือ Heading 2  จัดให้ เป็นระเบียบ  และพวกคำคีย์เวิร์ด ก็ควรใส่ขึ้นไปบนหัวข้อ และใส่ให้เป็น Heading  เพราะนอกจากทำให้คนอ่านแล้ว เราต้องทำให้ Google อ่านด้วย  ยิ่งทำหน้าเว็บไซต์ให้อ่านได้เข้าใจง่ายที่สุด  ก็จะยิ่งได้คะแนนจาก Google ได้มากที่สุด

3. ใส่รูปภาพ

ถ้าต้องการให้คนอ่านคอนเทนต์ของเราจนจบ การใส่รูปภาพประกอบ จะทำให้ได้คะแนนจาก Google  ด้วย  นั่นหมายความว่าเว็บไซต์ในแต่ละหน้าควรจะมีรูปภาพประกอบ เพราะส่วนใหญ่แล้วเวลาที่คนคลิกเข้ามาเจอบทความหรือเจอข้อมูลเยอะ ๆ  ก็จะเกิดความรู้สึกไม่อยากอ่าน  แต่ถ้าเจอรูปภาพ หรือ ณ Infographic  ก็จะดึงคนให้อยู่ในหน้าเว็บไซต์ได้นานมากขึ้น

4. ใส่วิดีโอ  

สิ่งต่อไปที่จะทำให้บทความน่าสนใจมากขึ้น ก็คือการใส่วิดีโอหรือ Motion เข้ามาขยายหรืออธิบายบทความนั้น ๆ ด้วย ซึ่งวิดีโอสามารถสร้าง Engagement ให้คนอยู่ในหน้าเว็บไซต์ของเราได้นานยิ่งขึ้น แต่ Google ก็ฉลาดเช่นกัน ดังนั้นการใส่วิดีโอก็จะต้องเป็นวิดีโอที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับบทความหรือคอนเทนต์นั้น ๆ และต้องมี ชื่อเรื่อง (Title), มีคำบรรยาย (Description) มีคีย์เวิร์ดที่ต้องการจะทำ Ranking เพื่อให้บทความติดอันดับกูเกิลในหน้านั้น ๆ ด้วย

บทความที่เกี่ยวข้อง: การเพิ่ม Traffic ให้เว็บไซต์ ด้วย Google

I Plan Digital Agency
I Plan Digital Agency
Articles: 285
4 เทคนิคเพิ่มยอดขายด้วย TikTok Ads (TikTok Shop Part 11) 4 แนวทางขายของบน TikTok Shop ให้โดนใจสายแม่บ้าน สรุป 5 สถิติ TikTok Shop ประจำปี 2566 เช็กลิสต์ 5 สินค้าขายดีบน TikTok ปี 2023 5 เรื่องต้องรู้! ก่อนขายของบน TikTok